รวบชาย 42 ปีนักบินส่งยาติดสติกเกอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติตบตาเจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าเกือบ 1แสนเม็ด
เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ ออกหาข่าวจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อมา นายประสิทธิ์ มหาวงค์ หัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดหนองบัวลำภู ,นายอนุชา ภู่เปี่ยมศักดิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองหนองบัวลำภู
พร้อมกำลัง อส. ร่วมกันจับกุมนายเอ(นามสมมุติ)อายุ 42 ปี ที่อยู่ ต.นามะเฟือง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ของกลางยาบ้า 85,987 เม็ด พร้อมผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง สืบเนื่องฝ่ายปกครองหนองบัวลำภูสืบทราบว่า นายเอ(นามสมมุติ)อายุ 42 ปี มีพฤติกรรมเสพ และจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานในเขตพื้นที่ตำบลนามะเฟือง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู โดยนายเอ(นามสมมุติ) เคยถูกจับในคดียาเสพติดมาแล้ว แต่อยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล โดยจะใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ออกไปรับยาเสพติดและนำไปจำหน่าย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
จึงเข้าตรวจสอบพบนายเอ(นามสมมุติ) นอนอยู่ที่เปลภายในบ้าน รับว่าพึ่งเสพยาบ้ามา ตรวจค้นพบยาบ้า 85,987 เม็ด อยู่ภายในรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ จอดอยู่ข้างบ้าน ,ส่วนนึ่งฝั่งดินอยู่ริมรั้วข้างบ้าน และซุกซ่อนภายในช่องลับใต้บันไดภายในบ้าน โดยรับสารภาพว่ารับยามาจากนางสาวปูนา สัญชาติลาว ไปรับที่ซอยข้างสนามบินในจังหวัดอุดรธานี โดยตนเองมีหน้าที่ไปรับยาพักยาไว้ที่บ้าน และรอคำสั่งว่าจะให้ไปส่งลูกค้าที่ไหน ได้รับค่าจ้างเป็นเงินในราคามัดละ 1,000 บาท ซึ่งทำมาแล้วเป็นจำนวน 5 ครั้ง โดยตระเวนส่งยาบ้าให้กับลูกค้า ตามป้ายริมถนน หลักกิโลเมตร ป้ายทางเข้าหมู่บ้าน
ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และจังหวัดขอนแก่น โดยครั้งนี้รับมาจำนวน 50 มัด (ประมาณ 100,000 เม็ด) โดยตนเองได้ไปซื้อสติกเกอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาติดที่หน้ากระจกรถ และด้านหลังรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซื้อมาจากร้านในสนามตามตลาดนัด ราคา 20 บาท ได้ทั้งแผ่นเล็กและแผ่นใหญ่ เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลหาเพื่อนร่วมขบวนการมาดำเนินคดี จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหานายเอ(นามสมมุติ) ว่าเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย ,จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าวและเนื้อหานี้ เพื่อกิจการสื่อมวลชน เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่องานประชาสัมพันธ์ “ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”

.jpg)











